การติดตั้ง Arch Linux แบบทำมือ
Arch Linux เป็นลีนุกซ์ที่มีต้นกำเนิดจาก Canada ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใช้กับคอมพิวเตอร์สถาปัตยกรรม X86_64 โดยเฉพาะ โดยเน้นสำหรับยูสเซอร์ที่มีความเชี่ยวชาญในระบบของ Linux ในระดับหนี่ง ออกแบบมาให้ผู้ใช้ต้องจัดการระบบด้วยตนเอง ซึ่งจะสามารถสร้างระบบที่มีความเบา เรียบง่ายและยึดหยุ่นในการใช้งาน
Arch Linux จะใช้ pacman เป็นตัวจัดการแพคเกจโดยมีแหล่งซอฟต์แวร์หลัก (Repository) ของตนเอง ซึ่งมีแพคเกจซอฟต์แวร์หลักให้เลือกติดตั้งได้ครบถ้วน จัดเป็นลีนุกซ์แบบ Rolling Release มีการปรับรุ่นแพคเกจให้เป็นรุ่นล่าสุดอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ยังมีแหล่งแพคเกจเพิ่มเติมจากผู้พัฒนาทั่วไป (AUR:Arch User Repository) เพื่อให้ผู้ใช้สามารถติดตั้งแพคเกจอื่นๆ ที่จำเป็นต้องใช้หรือซอฟต์แวร์ใหม่ๆ ที่ถูกพัฒนาขึ้นมานอกจากซอฟต์แวร์หลักที่มีในแหล่งแพคเกจหลัก
Arch Linux มีระบบการติดตั้งแบบ Text Mode คือใช้คำสั่งติดตั้งในบรรทัดคำสั่ง เป็นหลัก ซึ่งเป็นการติดตั้งแบบ Manual ที่ผู้ใช้ต้องทำการติดตั้งด้วยตนเอง ทำให้ไม่สะดวกกับผู้ใช้ที่ยังไม่คุ้นเคยกับลีนุกซ์มากนัก ดังนั้น จึงมีการแตกไลน์พัฒนาออกไปเป็นดิสโทรย่อยๆ อีกหลายตัวที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อเน้นการใช้งานเฉพาะอย่าง และใช้การติดตั้งในกราฟิคโหมดซึ่งทำให้ติดตั้งได้ง่ายกว่า เช่น CachyOS, Garuda Linux, EndeavourOS, Manjaro Linux, ArtixLinux, StreamOS เป็นต้น
การติดตั้ง Arch Linux
การติดตั้ง Arch Linux นั้นอย่างที่ว่าไปแล้วว่าใช้การติดตั้งในเท็กซ์โหมด โดยสามารถติดตั้งได้สองรูปแบบคือแบบ Manual คือใช้คำสั่งติดตั้งโดยตรง ซึ่งมีความยืดหยุ่นการการติดตั้งมากกว่า และการติดตั้งในรูปแบบสคริปต์ โดยใช้คำสั่ง archinstall ซึ่งสะดวกตรงที่เข้าใจง่ายกว่า แต่มีความยืดหยุ่นน้อยกว่า เพราะใช้การตั้งค่าที่มีการกำหนดไว้ในสคริปต์แล้ว ทำให้การกำหนดค่าบางอย่างอาจจะไม่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้
ในที่นี้เราจะใช้การติดตั้งแบบ Manual
ก่อนอื่นมาดูสิ่งที่ต้องเตรียมสำหรับการติดตั้ง Arch Linux กันก่อน
สเป็คเครื่องขั้นต่ำสำหรับติดตั้งทางเวปต์ไซต์ทางการของ Arch Linux บอกแค่ว่าเครื่องที่ใช้ CPU X86_64 แรม 512 MB พร้อมกับฮาร์ดดิสก์ สำหรับสเป็คที่ผู้เขียนแนะนำสำหรับการใช้งานเดสก์ท็อปคือ CPU 2Core แรม 2GB ขึ้นไปและเนื้อที่ในฮาร์ดดิสก์สำหรับติดตั้ง 40GB ขึ้นไป เพื่อความลื่นไหลในการใช้งาน (สเป็คยิ่งสูงยิ่งดี แต่แรมแค่ 8GB พร้อมกับฮาร์ดดิสก์แบบ SSD ก็ลื่นหัวแตกหัวแตนแล้ว)
ดังนั้น สิ่งแรกที่ต้องทำคือแบ่งพาร์ติชันในฮาร์ดดิสก์ไว้สำหรับติดตั้งเนื้อที่ไม่น้อยกว่า 40GB ฟอร์แมตเป็นอะไรไว้ก่อนก็ได้แต่ต้องจำได้ได้ว่าเป็นพาร์ติชันไหนในฮาร์ดดิสก์
-ดาวน์โหลดไฟล์อิเมจสำหรับติดตั้ง
จากนั้นก็ไปดาวน์โหลดไฟล์ iso image สำหรับติดตั้งจากเวปไซต์ของ Arch Linux ซีงมันจะให้เลือก mirror สำหรับดาวน์โหลด โดยในไทยมี mirror site อยู่สองแห่ง ที่แนะนำก็คือ
https://mirror.kku.ac.th/archlinux/iso/
จากนั้นเลือกดาวน์โหลดไฟล์จากเวอร์ชันล่าสุดตามวันที่ที่มีให้เลือก (ในขณะเขียนบล็อกคือ 2026-08-01)
ปกติชื่อไฟล์คือ archlinux-x86_64.iso
หมายเหตุไว้ก่อน ไฟล์ iso เวอร์ชัน 2026-08-01 สำหรับเครื่องของผู้เขียนมีปัญหาบูตไม่เข้า จึงต้องเลือกใช้เวอร์ชัน 2026-07-01 แทนซึ่งสามารถใช้งานได้ปกติ ใครลองเวอร์ชัน 8 แล้วมีปัญหาก็ไปโหลดเวอร์ชันเดือน 7 มาใช้ก็แล้วกันนะครับ
หลังจากดาวน์โหลดเสร็จก็ไรท์ลงแฟลชไดร์ฟ (ใน MS Windows แนะนำให้ใช้ Rufus)
จากนั้นก็เปิดเครื่องใหม่บู๊ตเข้าระบบจากแฟลชไดร์ฟ
หมายเหตุ ในการติดตั้งถ้าจะติดตั้งร่วมกับไมโครซอฟต์วินโดวส์ต้องบูตใน UEFI Mode เท่านั้น แต่ถ้าใช้ Legacy Mode จะใช้มัลติบูตร่วมกับไมโครซอฟต์วินโดวส์ไม่ได้ ในตอนนี้ผมใช้ Legacy Mode เพราะไม่ได้ใช้ร่วมกับไมโครซอฟต์วินโดวส์ แต่ใช้มัลติบูตร่วมกับลีนุกซ์ตัวอื่นได้อยู่ ซึ่งต้องใช้ Legacy Mode เหมือนกัน
เมื่อเข้ามาหน้าแรกก็ไม่ต้องคิดอะไรมากกด Enter เข้าไปได้เลยจากนั้นรอสักสองสามนาที จะมีการโหลดระบบเข้าไปไว้ในเมมโมรีก่อน ถ้าคุณเจอจอมืดโดยไม่เห็นการทำงานของระบบ โดยเฉพาะตอนที่โหลดข้อมูลเข้าเมมโมรี ก็ต้องไปดาวน์โหลดเวอร์ชันที่เก่ากว่ามาใช้ตามที่ว่าไปแล้ว
เมื่อระบบโหลดเสร็จก็จะล็อกอินเข้ามาในโหมดของ root โดยอัตโนมัติ ซึงคุณจะเห็นพร็อมต์ขึ้นเครื่องหมาย # ตามภาพ
-เชื่อมต่อเข้ากับ wifi
ด่านแรกที่ต้องจอหลังการบูตเข้าระบบแล้วก็คือการเชื่อมต่อกับระบบเครือข่าย (ซึ่งต้องทำเป็นอย่างแรกไม่ว่าจะติดตั้งลีนุกซ์ตัวไหนก็ตาม) ถ้าเราเชื่อมต่อเข้ากับเครือข่ายโดยใช้สายแลน ก็จะมีการคอนฟิึคระบบให้เรียบร้อยแล้ว
แต่ถ้าจะใช้ Wifi เราจะเชื่อมต่อเองโดยพิมพ์คำสั่ง iwctl แล้วกด Enter
เข้าไปสู่พรอมต์ของคำสั่ง โดยมีข้อความ [iwd]# อยู่ด้านหน้าตามภาพ
ขั้นแรกให้ใช้คำสั่ง
device list
ซึ่งจะแสดงรายชื่ออุปกรณ์ให้เราเห็นดังภาพซึ่งก็คือ wlan0 จากนั้นให้ใช้คำสั่ง
station wlan0 scan
ต่อด้วยคำสั่งให้แสดงแอคเซสพอยต์
station wlan0 get-networks
ซึี่งเราจะเห็นรายชื่อแอคเซสพอยต์ที่สามารถเชื่อมต่อได้ดังภาพ จากนั้นก็เชื่อมต่อกับแอคเซสพอยต์ที่ต้องการ (ในที่นี้จะเชื่อมต่อกับแอคเซสพอยต์ชือ Nudee) โดยใช้คำสั่ง
station wlan0 connect Nudee
ระบบก็จะให้เราใส่พาสเวิร์ดเพื่อเชื่อมต่อตามภาพ เมื่อใส่พาสเวิร์ดแล้วก็กด Enter
จากนั้นก็ออกจากพรอมต์ iwd เพื่อกับไปสู่พรอมต์ปกติของระบบ โดยใช้คำสั่ง
exit
เมื่อออกมาแล้วก็ต้องลอง ทดสอบการเชื่อมต่อด้วยการใช้คำสั่ง
ping www.google.com
สถานะการเชื่อมต่อจะขึ้นมาตามภาพ ถือว่าเชื่อมต่อพร้อมเรียบร้อย ให้กด Ctrl+C เพื่อออกจาก ping
- เริ่มการติดตั้งแบบ manual
ต่อไปก็จะทำการติดตั้งระบบ โดยใช้ Legacy boot mode ถ้าคุณจะใช้ UEFI Mode เพื่อทำมัลติบูตร่วมกับ MS Windows สามารถทำตามขั้นตอนนี้ได้เหมือนกัน ซึ่งจะมีขึ้นตอนเพิ่มเติมเล็กน้อยที่จะว่าต่อไป
เริ่มแรกเลยตรวจสอบฮาร์ดดิสก์ก่อน
ใช่คำสั่ง fdisk /dev/sda เพื่อตรวจสอบพาร์ติชันในฮาร์ดดิสก์ตัวที่หนึ่งที่มีติดตั้งในเครื่อง
ในคอมมานด์ของ fdisk ให้กด p และ Enter เพื่อดูรายละเอียดของพาร์ติชันในดิสก์
จากภาพเป็นข้อมูลของ /dev/sdb ซึ่งเป็นฮาร์ดดิสก็ตัวที่สองในเครื่อง (ในกรณีมีฮาร์ดดิสก็ตัวเดียวก็มีแค่ /dev/sda)
ตรงนี้เข้ามาตรวจสอบเพื่อความแน่ใจว่าพาร์ติชันที่เราต้องการติดตั้งอยู่ตำแหน่งไหนเท่านั้น
ในกรณีนี้ ผมต้องการใช้ /dev/sdb2 สำหรับทำการติดตั้ง Arch Linux ซึ่งมีเนื้อที่ 39 GB กว่าๆ เป็นพาร์ติขันเก่าที่มีการลงลีนุกซ์ไว้แล้ว
เมื่อแน่ใจว่าจะใช้พาร์ติชัน /dev/sdb2 สำหรับติดตั้งแล้ว กด q แล้วกด Enter เพื่อออกจากโปรแกรม
จากนั้นฟอร์แมตพาร์ติชันที่จะใช้ด้วยคำสั่ง
mkfs.ext4 /dev/sdb2
จากนั้นเมาท์พาร์ติชันไปที่ /mnt ด้วยคำสั่ง
mount /dev/sdb2 /mnt
การติดตั้งโดยใช้การบูตใน Legacy Mode สำหรับใช้งานเดสก์ท็อปทั่วไป ตัั้งค่าแค่นี้ก็พอแล้ว
ถ้าคุณต้องการใช้ swap partition ให้สร้างพาร์ติชันสำหรับทำสวอปไว้เนื้อที่ประมาณ 2-5 GB (ตัวอย่างในเครืี่องนี้ได้แบ่งพาร์ติชันไว้ทำสวอปไว้ที่ /dev/sda2) ถ้าสร้างใหม่ให้ใช้คำสั่ง
mkswap /dev/sda2
จากน้นกำหนด swap partitionด้วยคำสั่ง
swapon /dev/sda2
หมายเหตุ swap partitons มีไว้สำหรับเสริมการทำงานของแรมเพื่อรองรับการทำงานกับไฟล์ใหญ่ๆ ซึ่งมีก็ดีไม่มีก็ได้
หมายเหตุอีกที กรณีที่ใช้การบูตใน UEFI Mode เพื่อทำมัลติบูตร่วมกับไมโครซอฟต์วินโดวส์ เครื่องที่ติดตั้งต้องมีไมโครซอฟต์วินโดวส์ติดตั้งอยู่แล้ว และจะมีพาร์ติชันที่เป็น UEFI Boot ใช้งานกับวินโดวส์แล้ว (ตามปกติจะเป็น /dev/sda1) ซึ่งห้ามฟอร์แมตเด็ดขาด และต้องเมาท์พาร์ติชันเพิ่มด้วยคำสั่ง
mount /dev/sda1 /boot
สรุปอีกที ตรงนี้มีสามอย่างคือ
-เมาท์พาร์ติขันที่จะติดตั้งไว้ที่ /mnt
- เปิดใช้งานสวอป (ถ้าต้องการ)
-เมาท์ UEFI พาร์ติชันไปที่ /boot ในกรณีที่ต้องการใช้ UEFI Boot Mode
- ติดตั้ง base sytem และคอนฟิคระบบ
pacman -S grub
หลังจากติดตั้งเสร็จต้องใช้คำสั่งต่อไปนี้
grub-install /dev/sdb
เพื่อตั้งค่า grub เบื้องต้น
grub-mkconfig -o /boot/grub/grub.cfg
เพื่อสร้าง Boot Loader ของระบบ
grub-install /dev/sdb
ติดตั้งบูตโหลดเดอร์อีกครั้งเพื่อใช้ค่าใหม่ (ในที่นี้ติดตั้งไว้ที่ฮาร์ดดิสก์ตัวที่สอง ถ้ามีฮาร์ดดิสก์ตัวเดียวหรือติดตั้งในโหมด UEFI ให้ติดตั้งไว้ที่ /dev/sda)
------------------------
คำแนะนำในการติดตั้งในเวปทางการของ Arch Linux ได้จบการติดตั้งไว้ที่ตรงนี้ ซึ่งจะสามารถปิดเครื่องและบูตเข้าใช้งานในระบบได้ แต่จะเป็นการใช้งานในโหมด CLI (Command Line Interface) เท่านั้น
ดังนั้นเราจะยังไม่ออกจากระบบ จะทำการติดตั้งซอฟต์แวร์เพื่อใช้งานเดสก์ท็อปให้เรียบร้อยเสียก่อน
-------------------------
ขั้นตอนแรกให้ติดตั้ง networkmanager เพื่อสะดวกในการเชื่อม Wifi โดยใช้คำสั่ง
pacman -S networkmanager
จากนั้นทำการติดตั้ง ระบบเดสก์ท็อป ด้วยคำสั่ง
pacman -S xorg lightdm lightdm-gtk-greeter gnome pipewire
จากคำสั่งสิ่งที่เราจะติดตั้งก็คือ xorg (ระบบ Xwindows) ระบบจัดการล็อกอิน (lightdm, lightdm-gtk-greeter) ระบบเดสก์ท็อปของ Gnome (gnome) ระบบจัดการเสียง (pipewire)
โดยสาระสำคัญคือ เราจะติดตั้ง Gnome เป็นพื้นฐานของเดสก์ท็อป เนื่องจาก Gnome จะมีการจัดการระบบเซอร์วิสต่างๆ ให้แล้วโดยที่เราไม่ต้องไปยุ่งยากในการคอนฟืคภายหลัง (ใช้ KDE ก็ได้เช่นกัน โดยติดตั้ง plasma-desktop) และส่วนที่สำคัญในการใช้งานเบื้องต้นคือระบบล็อกอิน ระบบ Xwindows และระบบจัดการเสียง
เมื่อรันคำสั่งแล้วระบบจะมีการถามตัวเลือกในการติดตั้งหลายครั้งให้กด Enter เพื่อใช้ตัวเลือกที่ระบบเลือกให้แล้วผ่านไปได้เลย จนกระทั่งระบบจะรวบรวมข้อมูลของแพคเกจทั้งหมดที่จะติดตั้งแล้วให้เราคอนเฟิร์มอีกครั้ง (ระบบการติดตั้งแพคเกจทั่วไปนั่นแหละ) ก็กด Enter ได้เลย
หลังจากนั้นให้เปิดเซอร์วิสของระบบเพื่อรองรับการรีบูตเข้ากราฟิคโหมด
เปิดเซอร์วิส lihgtdm , nerworkmanager, pipewire โดยใช้คำสั่ง
systemctl enable lightdm
systemctl enable NetworkManager.service
systemctl enable pipewire.service
เป็นอันเสร็จแล้วออกจากระบบ ด้วยคำสั่ง
exit
umount -U /mnt
reboot
หลังจากรีบูตจะเข้าสู่หน้าจอ lightdm
ล็อกอินในชื่อ root เข้าไปใน gnome โดยป้อนชื่อและพาสเวิร์ด แล้วคลิก Login หรือกด Enter
การตั้งค่าเพิ่มเติม
จากนั้นเช็คค่าใน ภูมิภาคและภาษา
แล้วเช็คค่าใน วันที่และเวลา
ถ้าต้องการต้องค่าคีย์บอร์ดให้เข้าไปตั้งค่าใน แป้นพิมพ์
เสร็จแล้วก็ Log Out ออกจากระบบและ Log In เข้ามาใช้งานในระบบด้วยชื่อผู้ใช้ใหม่ที่เราเพิ่มเข้าไปแล้ว ก็เป็นอันเสร็จการตั้งค่าเบื้องต้น เราก็สามารถติดตั้งโปรแกรมใช้งานอื่นๆ ที่ต้องการได้ตามความพอใจ
เป็นอันเสร็จนะครับ เนื่องจากในบทความตอนนี้ มีภาพประกอบมาก ถ้าต้องการทำการติดตั้ง Arch Linux ตามแนวทางนี้สามารถเข้าไปใน
การติดตั้ง Arch Linux แบบย่อ
ซึ่งจะมีเป็นรูปแบบข้อความลำดับขั้นตอนการติดตั้งโดยไม่มีรูปภาพเพื่อเป็นไกด์ในการติดตั้ง (เปิดบล็อกผ่านมือถือหรือเซฟออกเป็น PDF เพื่อเปิดดูในมือถือขณะทำการติดตั้ง)























ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น