วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569

การติดตั้งฟอนต์ไทยในลีนุกซ์ Debian, Fedora, Arch

 การติดตั้งฟอนต์ไทยในลีนุกซ์

 

   เมื่อเราติดตั้งลีนุกซ์ดิสโทรไหนก็ตาม ถ้าเราติดตั้งภาษาไทยมาแล้วก็จะมีฟอนต์อักษรภาษาไทยมาให้เราใช้งานจำนวนหนึ่ง ซึ่งโดยมากจะเป็นฟอนต์ในตระกูล Noto และถ้าเราต้องการฟอนต์ภาษาไทยเพื่อใช้งานเพิ่มเติมเราสามารถทำได้หลายวิธีคือ

ติตตั้งฟอนต์ไทยที่มีในแพคเกจของลีนุกซ์

   ในลีนุกซ์มีนักพัฒนาได้สร้างฟอนต์ไทยให้เราสามารถใช้งานได้จำนวนหนึ่ง ซึ่งสามารถค้นหาได้จากแพคเกจของดิสโทรต่าง ดังนี้

  ดิสโทรที่เป็น Debian Base (ใช้ apt ในการจัดการแพคเกจ) ใช้คำสั่งในการค้นหาแพคเกจตามคีย์เวิร์ด

    sudo apt update   

    sudo apt search font thai   

Fedora Base (มี dnf จัดการแพคเกจ) ใช้    

   sudo dnf update

   sudo dnf search font thai

Arch Base (มี pacman จัดการแพคเกจ) ใช้

   sudo pacman -Syu

   sudo pacman -Ss font thai

  จากภาพคือผลการค้นหาใน Debian Linux จะเห็นว่ามีฟอนต์อยู่ชุดหนึ่งที่น่าสนใจคือ fonts-tlwg ซึ่งมีฟอนต์หลายตัวในชุด เราสามารถใช้คำสั่งติดตั้งแพคเกจง่าย ๆ ด้วยคำสั่ง 

   sudo apt install fonts-tlwg*

คือการติดตั้งแพคเกจที่มีชื่อขึ้นต้นด้วย fons-tlwg ทั้งหมด แค่นั้นก็ติดตั้งได้ยกชุดแล้ว

  ใน Fedora จะเห็นว่าชื่อแพคเกจไม่เหมือนกัน ก็ใช้คำสั่ง

   sudo dnf install tlwg*

ส่วนใน Arch Base คือ CachyOS, Manjaro, Artix เป็นต้น ลองแล้วหาไม่เจอนะครับ ไม่รู้ว่าเขาเอาไปยัดไว้ในแพคเกจไหน หรืออาจจะไม่มีใครทำแพคเกจไว้ให้ก็ไม่ทราบ ซึ่งก็ไม่เป็นไรเราไปติดตั้งฟอนต์เพิ่มในวิธีต่อไปก็ได้ครับ

ดิดตั้งฟอนต์ที่ดาวน์โหลดมาจากที่อื่น

   ถ้าคุณมีฟอนต์ที่เก็บไว้ใช้งานในเครื่องหรือต้องการดาวน์โหลดฟอนต์จากแหล่งอื่นๆ มาใช้งานเพิ่มเติม ก็สามารถติดตั้งได้ง่ายๆ 

  ก่อนอื่นไปหาที่ดาวน์โหลดฟอนต์กันก่อน  การนำฟอนต์จากภายนอกมาใช้นั้น สิ่งที่ต้องระวังคือเรื่องลิขสิทธิ์ เพราะเราก็เคยได้ยินข่าวเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ฟอนต์กันมาแล้ว ในไทยนี่แหละ (งั้นก็ให้เขาเก็บไว้ใช้คนเดียวก็แล้วกัน) เราไปหาฟอนต์ที่เขาเต็มใจให้เรามาใช้ฟรีๆ กันดีกว่า ซึ่งแนะนำตามนี้เลยครับ

   ฟอนต์ไทยมาตรฐาน 13 ฟอนต์ มีให้ดาวน์โหลดจากเวปไซต์ราขการหลายแห่ง เช่นจากเวปไซต์ของมหาวิทยาลัยกีฬาแห่งขาติ วิทยาเขตมหาสารคาม  https://www.tnsumk.ac.th/web/index.php/news-university/document-download/category/8-government-font

    

  อีกที่หนึ่งก็คือ Google Fonts ซึ่งมีฟอนต์ไทยให้ดาวน์โหลดมาใช้ได้เป็นจำนวนมาก  ส่วนถ้าจะดาวน์โหลดจากที่อื่นก็ดูข้อตกลงลิขสิทธิ์การใช้งานให้ดีเสียก่อน  แต่แค่สองแหล่งนี้ก็นับว่าเหลือใช้แล้วล่ะครับ

  หลังจากดาวน์โหลดมาแล้ว ไฟล์ที่ดาวน์โหลดมาจะเป็น Zip ไฟล์ ต้องแตกไฟล์ออกก่อน  จากนั้นก็ให้ย้ายไฟล์ไปเก็บไว้ในไดเร็คทอรีเดียวกัน 

  วิธีการติดตั้งมี 2 แบบคือ

ติดตั้งในโหมด CLI (Command-Line Interface)  

คือติดตั้งโดยใช้คำสั่งในเชลล์ผ่านเทอร์มินอล ตามนี้

  เข้าไปในไดเร็คทอรีของฟอนต์ที่ดาวน์โหลดมาเก็บไว้แล้วเสียก่อน    
   cd /path/to/font/
 
  สร้างไดเร็คทอรีฟอนต์ของระบบ
   sudo mkdir -p /usr/local/share/fonts/TTF

คัดลอกฟอนต์ไปที่ไดเร็คทอรีฟอนต์ของระบบ 
   sudo cp *ttf /usr/local/share/fonts/TTF/

รีเฟรชฟอนต์แคชเพื่อให้ระบบเรียกใช้ฟอนต์ใหม่
   sudo fc-cache -fv


ก็เป็นอันเสร็จครับ

ติดตั้งด้วยโปรแกรมในโหมด GUI (Graphical User Interface)

 มีสองโปรแกรมที่แนะนำคือ

    Font Manager ของ Gnome

ติดตั้งโปรแกรมด้วยคำสั่ง

    (Debian Base)

    sudo apt update   

    sudo apt install font-manager

  (Fedora Base)

    sudo dnf update   

    sudo dnf install font-manager

  (Arch Base)

    sudo pacman -Syu   

    sudo pacmna -S font-manager


  หลังจากติดตั้งเสร็จก็เรียกโปรแกรมขึ้นมาใช้งาน โดยคลิกที่ Font Manager ในเมนูโปรแกรม

  เมื่อเปิดโปรแกรมขึ้นมาแล้วจะเห็นได้ว่ามีฟอนต์ที่ระบบได้ติดตั้งไว้แล้วจำนวนมาก โดยเฉพาะฟอนต์ในตระกูล Noto ซึ่งซัพพอร์ตการใช้งานภาษาต่างๆ ครอบคลุมทั่วโลก (มีขนาดไฟล์รวมแล้วใหญ่กว่าโปรแกรมชุดออฟฟิศเสียอีก)

  เมื่อเราจะติดตั้งฟอนต์เพิ่มให้คลิกที่เครื่องหมาย +  (มุมบนขวามือ) 

   จากนั้นให้เข้าไปที่ไดเร็คทอรีที่เก็บฟอนต์ไว้ แล้วกด Ctrl+a เพื่อเลือกฟอนต์ทั้งหมดในไดเร็คทอรี แล้วคลิก  Open
เมื่อเรามาตรวจดูจะเห็นว่าฟอนต์ใหม่ได้ถูกติดตั้งในระบบเรียบร้อยพร้อมใช้งาน

Font Management ของ KDE 

  สามารถเข้าไปใช้งานได้โดยเปิด ตั้งค่า ของ KDE  

คลิกไปที่ ข้อความและฟอนต์ แล้วคลิกที่ Font Management  ซึ่งเราจะเห็นข้อมูลฟอนต์ที่ติดตั้งไว้ในระบบ

เมื่อเราจะติดตั้งฟอนต์เพิ่มให้คลิกที่ Install from file... 

  จากนั้นเข้าไปในไดเร็คทอรีที่เก็บฟอนต์แล้วกด Ctrl+a เพื่อเลือกไฟล์ทั้งหมดในไดเร็คทอรี แล้วคลิก เปิด
  ระบบจะให้เราเลือกว่าจะติดตั้งเป็นฟอนต์ส่วนตัว(ใช้ได้เฉพาะยูสเซอร์นี้)หรือของระบบ(เพื่อให้ยูสเซอร์อื่นใช้ได้)  ให้เลือกระบบ  ต้องป้อนพาสเวิร์ดของ root เสียก่อน 
จากนั้นก็จะติดตั้งฟอนต์ให้เราจนเสร็จก็จะแจ้งให้ทราบ  คลิก Close

เมื่อกลับมาที่หน้าหลัก ก็จะตรวจสอบได้ว่าฟอนต์ที่เราเลือกถูกติดตั้งในระบบเรียบร้อยแล้ว

เป็นอันว่าเรื่องการติดตั้งฟอนต์ก็จบเพียงเท่านี้ครับ สวัสดี
 


 

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น