การติดตั้ง Linux Fedora 44 KDE Plasma Desktop (ไทย)
Linux Fedora เป็นดิสโทรหลักที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เน้นการใช้งานด้านเดสก์ทอปโดยเฉพาะ มีจุดแข็งคือการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องยาวนาน(แยกออกมาจาก Redhat Linux ซึ่งหันไปเน้นการใช้งานด้านเซิร์ฟเวอร์เป็นหลัก) มีการอัพเดตระบบที่ทันสมัยอย่างรวดเร็ว และได้รับการยอมรับอย่างมากในเรื่องความเสถียรของระบบ
Fedora มีระบบติดตั้ง (Installer) ของตัวเองโดยเฉพาะคือ Anaconda ซึ่งถือได้ว่าเป็นต้นแบบการติดตั้งลินุกซ์ในแบบ Graphic Mode ซึ่งใช้งานง่ายสำหรับผู้ใช้หน้าใหม่ที่ต้องการติดต้งลินุกซ์ โดยไม่ต้องไปปวดหัวกับการติดตั้งใน Text Mode
ควรรู้ก่อนติดตั้ง Linux
ทั้งนี้ สำหรับผู้ใช้ลีนุกซ์มือใหม่ ต้องเข้าใจหลักการเบื้องต้นในการติดตั้งลีนุกซ์เสียก่อน
ถ้าต้องการติดตั้งแค่ลีนุกซ์อย่างเดียว (และไม่ต้องการใช้ระบบปฎิบัติการเดิมที่มีอยู่ในเครื่อง)คุณก็สามารถเข้าไปติดตั้งได้เลย โดยใช้พาร์ติชันเดิมในฮาร์ดดิสก์ที่มีอยู่แล้ว
ถ้าต้องการติดตั้งลีนุกซ์ร่วมกับระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows คุณอาจจะติดตั้งผ่าน WSL (Windows Subsystems for Linux) หรือซอฟต์แวร์ประเภท VM (Visual Machine) ซึ่งสะดวกในการใช่งานร่วมกับวินโดวส์ไปพร้อมๆ กัน แต่มีข้อเสียคือประสิทธิภาพในการทำงานจะไม่ลื่นไหลสักเท่าไหร่ เพราะเครื่องต้องแบกภาระรันสองระบบปฏิบัติการพร้อม ๆ กัน ทำให้ต้องใช้ทรัพยากรในเครื่องหนักมากกว่าปกติ
อีกทางเลือกหนึ่งก็คือติดตั้งลงในเครื่องเดียวกันโดยใช้ระบบ Dual Boot / Multiboot ซึ่งใช้งานโดยเลือกได้ว่าจะเข้าไปใช้ลีนุกซ์หรือวินโดวส์ตัวใดตัวหนึ่ง ทำให้ใช้งานได้ลื่นไหลขึ้น โดยที่สามารถใช้ข้อมูลในพาร์ติชันต่างๆ ในเครื่องได้ ทั้งสองระบบ
ในที่นี้จะว่าถึงการติดตั้งแบบใช้ Multiboot เพื่อให้มีสองระบบในเครื่องเดียว เริ่มแรกคุณต้องมีคือเนื้อที่หรือพาร์ติชันว่างๆ ในฮาร์ดดิสไว้สำหรับติดตั้งลีนุกซ์เสียก่อน ซึ่งคุณสามารถเข้าไปปรับขนาด(Shrink) ของพาร์ติชันเดิมที่มีอยู่ในเครื่องโดยใช้โปรแกรมจัดการพาร์ติชันในวินโดวส์ ซึ่งจะไม่ทำให้ข้อมูลเก่าเสียหาย สำหรับการติดตั้งลีนุกซ์ควรมีขนาดพาร์ติชั้นไม่น้อยกว่า 40 GB ตรวจสอบดูก่อนว่ามีเนื้อที่ว่างพอหรือเปล่า ซึ่งควรปรับขนาดของไดร์ฟ D ใม่ใช่ไดร์ฟ C เพื่อไม่ให้กระทบกับการทำงานของวินโดวส์ เมื่อปรับขนาดแล้วจะได้ที่ว่างมาตามที่เราตั้งไว้ จากนั้นก็สร้างพาร์ติชันใหม่ขึ้นมา 1 พาร์ติชัน เพื่อเตรียมไว้สำหรับติดตั้งลีนุกซ์
ไม่ว่าจะเลือกติดตั้งแบบไหนเราก็ต้องมีสื่อสำหรับติดตั้ง ปัจจุบันนิยมใช้ USB Flash Drive สำหรับบูตเข้าไปติดตั้งระบบปฎิบัติการต่างๆ (คงไมีมีใครใช้ CD หรือ DVD กันแล้วมั้ง) ตอนนี้เราจะติดตั้ง Fedora 44 KDE Plasma Desktop ก็ให้เข้าไปดาวน์โหลดไฟล์อิเมจสำหรับไรท์ทำ USB Boot ได้ที่ https://fedoraproject.org/kde/download/
สำหรับ PC/Notebook ทั่วไป ใ้หเลือกดาวน์โหลดไฟล์ Fedora KDE Plasma Desktop 44 Live ISO ในส่วนของ For Intel and AMD x86_64 Systems มีขนาดไฟล์ 3.1 GB ซึ่งต้องใช้แฟลชไดร์ฟ ความจุไม่น้อยกว่า 4GB
หลังจากดาวน์โหลดไฟล์อิเมจเสร็จแล้วให้สร้าง USB Boot Disk ซึ่งขอแนะนำให้สร้างด้วยโปรแกรม Rufus (คลิกเข้าไปจะมีโปรแกรมให้ดาวน์โหลดและแนะนำวิธีใช้โปรแกรม)
ไฟล์อิเมจที่ดาวน์โหลดมาจะเป็น Live DVD ที่สามารถบูตเข้าไปทดลองใช้งานเดสก์ท็อป KDE Plasma ซึ่งเป็นเดสก์ท็อปที่นิยมใช้กันในลินุกซ์ตัวหนึ่งที่มีหน้าตาและรูปแบบการใช้งานคล้ายคลึงกับ Microsoft Windows และสามารถติดตั้ง Fedora ได้ด้วย
เริ่มทำการติดตั้ง Fedora 44 KDE Plasma Desktop
คอมพิวเตอร์/โน้ตบุ๊คทั่วไปสามารถใช้ระบบการบูตได้สองโหมดคือ Legacy ( ซึ่งเป็นระบบการบูตแบบดั้งเดิม ที่ไม่รองรับกับ Microsoft Windows รุ่นใหม่ๆ แล้ว และ UEFI ที่ใช้กับฮาร์ดดิสก์ที่แบ่งพาติชันแบบ GPT ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งลีนุกซ์และวินโดวส์ การติดตั้งลีนุกซ์เพื่อทำ Multiboot ร่วมกับ MS Windows นั้น เราจึงต้องเลือกบูตในโหมด UEFI เท่านั้น เพื่อให้ระบบของลีนุกซ์สามารถตั้งค่าบูตเข้าวินโดวส์ได้
ตัวอย่างการเลือกบูตในโหมด UEFI
ตามธรรมดาเครื่องที่ติดตั้งวินโดวส์ทั่วไปก็น่าจะตั้งค่าเป็นโหมด UEFI อยู่แล้ว แต่เมื่อเราจะบูตจาก USB ต้องกดเข้าไปใน Bios เพื่อเลือกบูตจากอุปกรณ์ต่างๆ
เช่นในภาพตัวอย่าง เมื่อกดเข้าไปใน Bios และเข้าไปส่วนที่เลือกบูตอุปกรณ์ต่าง ๆ จะเห็นว่ามีตัวเลือก USB 2 ตัว คือ KingstonDT 100 G2 PMAP ซึ่งเป็นตัวเลือกในโหมด Legacy และ UEFI: KingstonDT 100 G2 PMAP ซึ่งเป็นโหมด UEFI นั่นเอง
ดังนั้นจึงต้องเลือกบูตไปในโหมด UEFI
เมื่อเข้าไปหน้าแรกให้เลือกที่ *Start Fedora-KDE-Desktop-Live แล้วกด Enter เลยครับ
เมื่อบูตเข้าระบบ KDE Plasma เรียบร้อยแล้ว จะรัน โปรแกรม anaconda ซึ่งเป็นระบบติดตั้งลินุกซ์ของ Fedora/Red Hat ขึ้นมาโดยอัตโนมัติ
ก่อนอื่นเลยก็ต้องเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตก่อนนะครับ ถ้าใช้เน็ตผ่านแลน (ใช้สาย) ระบบจะเชื่อมต่อให้อัตโนมัติ
แต่ถ้าใช้ Wireless เราก็ต้องทำการเชื่อมต่อก่อน โดยคลิกไปที่ไอคอน Wireless ที่มุมล่างขวา เลือก Access Point ที่ต้องการ ใส่พาสเวิร์ด แล้วก็คลิก Connect
จากนี้ถ้าเราต้องการทดลองใช้งานเดสก์ท็อป KDE Plasma ก็สามารถปิดโปรแกรม anaconda ไปก่อนแล้วทดลองใช้งานโปรแกรมต่างๆ ที่ติดตั้งมาแล้ว เช่น ลองเข้าอินเทอร์เน็ตด้วย Firefox หรือปรับแต่งหน้าตาของ KDE ก็ได้
ถ้าต้องการติดตั้ง Fedora ก็ให้คลิก Next ที่โปรแกรม anaconda ได้เลยครับ
จากนั้นเป็นการกำหนดค่าภาษา (Locale) ให้เลือกภาษาเป็น ไทย(ไทย) ระบบจะตั้งค่าคีย์บอร์ดให้โดยอัตโนมัติ
เสร็จแล้วคลิก Next
ต่อไปเป็นการกำหนดค่าพาร์ติชันที่จะติดตั้งลีนุกซ์ ให้เลือกที่ Mount Point Assignment แล้วคลิก Next
จากนั้นจะเป็นการตั้งค่า Mount point ของพาร์ติชันเพื่อใช้งานกับลินุกซ์
ก่อนอื่นให้ทำความเข้าใจ การกำหนดค่าฮาร์ดดิสก์ในลินุกซ์ สำหรับฮาร์ดดิสก์ที่แบ่งพาร์ติชันแบบ GPT
/dev/sda คือฮาร์ดดิสก์ตัวที่หนึ่ง ซึ่งปกติก็ใช้ติดตั้งระบบปฏิบัติการ (OS) ถ้าเนื้อที่เหลือเยอะอาจจะแบ่งพาร์ติชันไปใช้เป็นพื้นที่เก็บข้อมูลได้อีก ส่วนการไล่พาร์ติชัน ก็จะมีรูปแบบเป็น
/dev/sda1 คือ พาร์ติชันที่ 1 ของฮาร์ดดิสก์ตัวที่ 1 จะใช้เป็น EFI Systems Partition สำหรับการตั้งค่าบูตของ UEFI ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้
/dev/sda2 คือพาร์ติชันที่ 2 ของฮาร์ดดิสก์ตัวที่ 1 ปกติคือพาร์ติชันที่ติดตั้งวินโดวส์
/dev/sda3 คือพาร์ติชันที่ 3 ของฮาร์ดดิสก์ตัวที่ 1 ใช้งานทั่วไป หรือใช้ติดตั้งระบบปฏิบัติการก็ได้
ถ้ามีพาร์ติชันมากกว่านี้ก็ไล่ลำดับไปเรื่อยๆ
/dev/hdb คือฮาร์ดดิสก์ตัวที่สอง ไล่ลำดับไปเหมือนกัน แต่จะมี EFI System Partition หรือไม่มีก็ได้
ถ้ามีฮาร์ดดิสก์มากกว่านี้ก็ไล่เป็น c,d,e,f ... ไปเรื่อยๆ
ส่วนซีดีรอมและแฟลชไดร์ฟก็จะไล่ลำดับต่อจากฮาร์ดดิสก์ที่มีอยู่ เช่น ถ้ามีฮาร์ดิสก์ตัวเดียว (sda) ซีดีรอมจะเป็น sdb แฟลชไดร์ฟ ก็จะเป็น sdc เป็นต้น
มาต่อกันที่การติดตั้ง Fedora จะเห็นได้ว่ามีการแจ้งสิ่งที่ต้องการ (Required) 2 อย่างคือ
/ สำหรับเป็นพื้นที่เก็บข้อมูลของระบบทั้งหมดของลีนุกซ์ เรียกกันว่า root partitions
ตรงนี้ถ้าคุณสร้างพาร์ติดชันสำหรับติดตั้งลินุกซ์ไว้แล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นพาร์ติชันไหน ให้สังเกตที่ขนาดพาร์ติชันที่เราสร้างไว้แล้วนะครับ เช่น สร้างไว้ขนาด 50 GB มันจะแสดง 49 GB กว่าๆ ก็ให้เลือกพาร์ติชันนั้น ตามตัวอย่างใช้ sda6
คลิกเลือก Format เลือกรูปแบบพาร์ติชันเป็น ext4
อย่างที่ 2 คือ /boot/efi ก็คือ พาร์ติชันของ UEFI บังคับไว้เลยว่าต้องเป็นพาร์ติชันแรกของฮาร์ดดิสก์ ซึ่งมีการสร้างไว้แล้วตั้งแต่ตอนที่ติดตั้งวินโดวส์ ดังนั้นต้องเลือก sda1 ตัวนี้ต้องระวังให้ดีนะครับ ห้ามเลือก Format นะครับ เพราะมีไฟล์บูตของวินโดวส์อยู่ต้องใช้ร่วมกันเพื่อทำ Dualboot
ส่วนที่มีต่อมาข้างล่าง /boot ขึ้นมาว่า Recommended คือระบบแนะนำให้มี ซึ่งมีก็ได้ไม่มีก็ได้ เราก็กดลบที่ไอคอนถังขยะท้ายบรรทัดไปซะ
เสร็จแล้วจะเห็นได้ว่ามีการกำหนดค่าไว้สองอย่างตามภาพ ถือว่าเพียงพอสำหรับการติดตั้งระบบแล้วคลิก Next ต่อไปได้เลย
จากนั้นระบบจะแสดงการกำหนดค่าที่ทำใว้ให้ตรวจสอบความถูกต้อง ถ้าตรวจสอบดีแล้วก็คลิก Next
หลังจากนั้น จะใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง (เร็วหรือช้าแล้วแต่ความเร็วของฮาร์ดแวร์) ก็จะขึ้นหน้านี้มาแสดงว่าติดตั้งเรียบร้อย ให้คลิกที่ Exit to live desktop เพื่อออกจากโปรแกรมติดตั้ง แล้วรีสตาร์ทเครื่องเพื่อเข้าไปใช้งาน Fedora ต่อไป
เมื่อเปิดเครื่องขึ้นมาจะเข้าไปยัง Grub Boot Loader เพื่อเลือกระบบปฏิบัติการ ให้ Enter ผ่านไปได้เลย
จากนั้นเครื่องจะทำการบูตระบบจนกระทั้ง ขึ้นหน้าจอดังรูป ซึ่งจะเป็นการตั้งค่าระบบเบื้องต้น (เฉพาะตอนเริ่มใช้งานครั้งแรก) ซึ่งในดิสโทรอื่นๆ ส่วนมากจะตั้งค่าไว้ตั้งแต่ตอนติดตั้งก่อนรีบูตเครื่อง แต่ของ Fedora ให้มาตั้งค่าหลังจากรีบูต
ต่อมา Keyboard Layout ระบบจะเลือกเป็นไทยให้โดยอัตโนมัติ (ใช้ปุ่ม Alt+Shift สำหรับสลับภาษาของแป้นพิมพ์) ให้คลิก Next
ต่อมาจะให้เลือกว่าจะใช้ Dark Theme หรือไม่ ถ้าชอบหน้าตาแบบสว่างๆ ก็ไม่ต้องเลือก คลิก Next
ต่อมาก็ตั้งค่ายูสเซอร์ Full Name และ Username (ชื่อที่ใช้ในระบบ) จะเป็นตัวเดียวกันก็ได้ และต้องใช้เป็นภาษาอังกฤษ ส่วนพาสเวิร์ดไม่น้อยกว่าหกตัวอักษร จากนั้นคลิก Next
ต่อไปตั้งค่า Hostname ก็คือชื่อเครื่องระบบตั้งมาให้แล้วคือ fedora เราจะเปลี่ยนเป็นชื่ออะไรก็ได้ตามชอบ จากนั้น คลิก Next
ต่อมา Time and Date เลือก Timezone ที่ต้องการ ตามธรรมดาระบบจะเซ็ตค่าตามภาษาที่เราเลือกคือ Asia-Bangkok ถ้าต้องการเลือกที่อื่นก็ให้เช็ตค่าตามต้องการ จากนั้นคลิก Next
เสร็จแล้วจะกลับมาที่หน้า Login จะเห็นว่าระบบเลือกยูสเซอร์เนมที่เราตั้งไว้เรียบร้อยแล้ว ให้ใส่พาสเวิร์ดแล้วกด Enter เพื่อล็อกอินเข้าไปใช้งานได้เลย
เป็นอันว่าเราได้ทำการติดตั้ง Linux Fedora 44 KDE Plasma Desktop เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตอนหน้าเราจะมาว่าถึงการใช้งานเบื้องต้นเป็นลำดับถัดไปครับ แล้วเจอกัน



r













ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น