วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ติดตั้ง Debian Linux 13.5 Trixie ด้วย Calamares

 ติดตั้ง Debian Linux 13.5 Trixie ด้วย Calamares

   Debian Linux เป็นลีนุกซ์ดิสโทรหลักซึ่งเปิดตัวครั้งแรกเมื่อ 16 สิงหาคม 1993 เวอร์ชัน Stable ล่าสุดคือ 13.5 Trixie  (06-2026) มีการนำไปพัฒนาต่อยอดเป็นดิสโทรอื่นๆ ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เช่น Ubuntu, Linux Mint, MX Linux, Zurin Linux เป็นต้น โดยดิสโทรที่ใช้ Debian เป็นเบส จะใช้ตัวจัดการแพคเกจคือ apt และเป็นดิสโทรแรกที่มีการติดตั้งอัพเดตผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตโดยตรง ซึ่งเป็นมาตรฐานการใช้งานลีนุกซ์ในปัจจุบัน

   ก่อนอื่นที่จะติดตั้ง Debian Linux สำหรับเวอร์ชัน 13.5 นี้มาดูความต้องการด้านฮาร์ดแวร์กันก่อน  Debian Linux นิยมใช้งานทั้งด้านเซิร์ฟเวอร์และเดสก์ท็อปทั่วไป จึงมีการพัฒนาให้สามารถใช้ได้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้สถาปัตยกรรมหลากหลายทั้ง AMD64/Intel64, Arm, Power System, RISC-V, IBM S/390  ในที่นีเราจะกล่าวถึงสถาปัตยกรรมสำหรับ PC/Laptop ทั่วไปนั้นก็คือ AMD64/Intel64 

   โดยข้อมูลจากเวปไซต์ของ Debian สเป็คของฮาร์ดแวร์ขั้นต่ำสำหรับการติดตั้งใช้งานแบบเดสก์ทอปก็คือ

   Ram  1GB  แนะนำที่ 2GB 

   เนื้อที่  10 GB

   โดยไม่ได้แจ้งสเป็คขั้นต่ำของ CPU

   ซึ่งแน่นอนว่าสเป็คเครื่องยิ่งดีก็ยิ่งทำให้เราสามารถใช้งานได้ลื่นไหลมากกว่า  ความเห็นส่วนตัว ควรใช้ CPU ไม่ต่ำกว่า Dual Core แรม 4GB ขึ้นไป เนื้อที่ฮาร์ดดิสก์ไม่ควรต่ำกว่า 30GB

   ก่อนอื่่น ต้องดาวน์โหลดไฟล์ ISO Image สำหรับติดตั้งกันก่อน

การดาวน์โหลด ISO Image สำหรับติดตั้ง Debian

    การติดตั้ง Debian Linux   มีวิธีการติดตั้งหลายแบบ 

   แบบดั้งเดิมซึ่งใช้ตัวติดตั้ง Debian Installer มีทั้งแบบ Text Mode และ Graphic Mode ให้เลือกสามารถดาวน์โหลด ISO Image ได้ทั้งแบบ Live Desktop ซึ่งมีหลายเวอร์ชันมาก ทั้ง Gnome, KDE, XFCE เป็นต้น และแบบ Network Install ซึ่งมีขนาดไฟล์เล็กกว่า (เวอร์ชันนี้ประมาณ 755 MB กว่าๆ) หรือ Tiny iso ขนาดไฟล์แค่ 64 MB ซึ่งสามารถติดตั้งผ่านเครือข่าย Lan เท่่านั้น (ไม่สามารถใช้ Wireless ได้) 

   ในตอนนี้จะใช้การติดตั้งอีกแบบหนึ่งคือ Calamares ซึ่งเป็นรูปแบบการติดตั้ง Linux ที่นิยมใช้งานกันในปัจจุบัน เพราะใช้ง่ายและติดตั้งได้รวดเร็ว เหมาะสำหรับมือใหม่มากๆ (รวมถึงมือเก่าที่ขี้เกียจเซ็ตค่าระบบเอง)  ตอนนี้มีหลายดิสโทรที่นิยมใข้การติดตั้งแบบนี้ เช่น Debian, CachyOS, Garuda Linux เป็นต้น Calamares จะทำงานผ่านการบูตแบบ Live Desktop เท่านั้น

  การดาวน์โหลด ISO Image เพื่อติดตั้ง Debian Linux นั้นสามารถเข้าไปดาวน์โหลดจากเวปไซต์ของ Debian ได้โดยตรงที่ https://www.debian.org/distrib/

   จะเห็นว่าเราสามารถเลือกดาวน์โหลดได้ทั้งแบบ Network Installer และ Live Desktop ตอนนี้เราจะเลือกดาวน์โหลด Live Gnome ซึ่งมีขนาดไฟล์ประมาณ 3.5 GB

   นอกจากนี้เรายังสามารถเข้าไปดาวน์โหลดผ่านเซิร์ฟเวอร์ Mirror ของ Debian ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ประเทศไทยได้ เพื่อความเร็วในการดาวน์โหลด โดยมีหลายเซิร์ฟเวอร์ให้เลือกใช้ เช่น เซิร์ฟเวอร์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก็สามารถเข้าไปดาวน์โหลด ISO Live Image ของ Debian ได้ที่  https://mirror.ku.ac.th/debian-cd/13.5.0-live/amd64/iso-hybrid/ 

  ซึ่งจะมี ISO Image ให้เลือกเป็นจำนวนมาก ตอนนี้เราจะเลือกใช้ Gnome ก็ให้คลิกดาวน์โหลดที่ไฟล์ debian-live-13.5.0-amd64-gnome.iso 
  หลังจากดาวน์โหลดเสร็จก็ไรท์ลง USB Flash Drive ด้วยซอฟต์แวร์ที่ถนัดได้เลย  สำหรับใน MS Windows แนะนำให้ใช้ Rufus นะครับ 

  อีกอย่างที่สำคัญคือก่อนติดตั้งควรมีการแบ่งพาร์ติชันของฮาร์ดดิสก์ไว้สำหรับการติดตั้งไว้หนึ่งพาร์ติชัน ขนาดไม่ต่ำว่า 30 GB และอีกหนึ่งพาร์ติชันเพื่อใช้เป็น Swap เนื้อที่ ไม่ต่ำกว่า 2 GB ไว้ทำงานเสริมหน่วยความจำ (Ram)

เริ่มการติดตั้ง Debian ด้วย Caramares

    เมื่อทำ USB Boot เสร็จแล้ว ก็เปิดเครื่องขึ้น ครั้งนี้เราจะติดตั้งใน Legacy โหมดนะครับ ไม่ได้ใช้ UEFI โหมด เพราะในเครื่องไม่ได้ลง Microsoft Windows แต่จะทำ Dual Boot เพื่อใช้งานดิสโทรอื่นในเครื่องด้วย (คือในเครื่องนี้ติดตั้ง Linux 6 ดิสโทรและส่วนตัวผมไม่ค่อยชอบ UEFI สักเท่าไหร่) 


 ตัวอย่างในภาพ  เมื่อกดเข้าไปใน Bios เพื่อเลือกบูตจาก USB Drive มีตัวเลือกการบูต USB Drive 2 ตัว Kingston DT 100 GZ PMAP และ UEFI: KingstonDT 100 GZ PMAP เมื่อจะใช้โหมด Legacy ก็ให้เลือกบูตจากตัวแรก แต่ถ้ากรณีจะใช้บูตร่วมกับ Microsoft Windows ต้องเลือกบูต UEFI

   เมื่อเข้ามาสู่ Boot Menu เรามีตัวเลือก 2 แบบสำหรับการติดตั้งคือ

    เข้าไปใน Live System เพื่อติดตั้งผ่าน Calamares

    Start Installer เพื่อเข้าไปติดตั้งด้วย Debian Installer โดยสามารถเลือก with Speech synthesis เพื่อฟังคำแนะนำระหว่างติดตั้งหรือ Advance install options เพื่อกำหนดการติดตั้งเองแบบละเอียด

  เราจะใช้การติดตั้งผ่าน Calamares  จึงต้องเลือก Live system (adm64) แล้วกด Enter แล้วรอให้ระบบบูตเข้าไปใน Gnome

  

  เมื่อบูตเข้าระบบแล้วจะมีไดอาล็อก Wellcome to Debian GNU/Linux 13 (trixie) ขึ้นมาดังรูป ให้คลิก Skip เพื่อออกไปสู่ระบบ

  ถ้าเราเชื่อมต่อกับ Lan ผ่านสายระบบจะเชื่อมต่อกับเครือข่ายโดยอัตโนมัติ แต่ถ้าเราใช้ Wireless ต้องตั้งค่าเชื่อมต่อ โดยคลิกที่ไอคอนเน็ตเวิร์ค (มุมบนซ้าย) แล้วเลือกแอคเซสพอยต์ที่ต้องการเชื่อมต่อ

   ป้อนพาสเวิร์ดของแอคเซสพอยต์แล้วคลิก Connect ระบบจะตั้งค่าเครือข่ายให้โดยอัตโนมัติ

 

  เมื่อกลับมาหน้าจอปกติให่้เลื่อนเมาส์ไปชี้ที่มุมด้านบนของจอ (ซ้ายหรือขวา) เพื่อเรียกดูไอคอนโปรแกรม จากนั้นคลิกที่  Install Debian (ไอคอนแรกซ้ายมือ) เป็นการเปิด Calamares เพื่อทำการติดตั้ง

ใช้เวลาโหลดโปรแกรมสักครู่ ตอนนี้ค่าที่ระบบตั้งไว้อาจจะยังเป็น American English อยู่นะครับ

    เมื่อเข้าสู่โปรแกรมติดตั้งหน้าแรกให้ตั้งค่าภาษาเป็น  ไทย (บางดิสโทรอาจจะตั้งเป็นไทยให้แล้วโดยเช็คจาก IP ของเครื่อง หรือบางดิสโทรอาจจะไม่มีภาษาไทยให้เลือกเลยก็ได้) จากนั้นคลิก  ถัดไป (หรือ Next ในกรณีที่ไม่มีภาษาไทยให้เลือก)

ภูมิภาค ตั้งเป็น Asia

โซน ตั้งเป็น Bangkok

 เมื่อเลือกภูมิภาคและโซนถูกต้องแล้วระบบจะตั้งค่าภาษาและตัวเลข-วันที่ เป็น ไทย โดยอัตโนมัติ  แต่ในกรณีที่การตั้งภาษาครั้งแรกไม่มีภาษาไทยให้เลือก เราต้องมาเปลี่ยนตรงนี้ให้เป็น ไทย ให้หมดเพื่อให้ระบบติดตั้งภาษาไทยให้ใช้งานได้อย่างสมบูรณ์

  จากนั้น คลิก ถัดไป 

   ต่อไปตั้งค่าแป้นพิมพ์  ระบบเลือกให้อัตโนมัติแล้ว แต่เราต้องตั้งค่า Switch Keyboard เพื่อเป็นคีย์สำหรับสลับภาษาของแป้นพิมพ์ โดยมากจะเลือกเป็น Alt+Shift หรือปุ่มอื่นตามที่ถนัด  แต่ไม่สามารถใช้ปุ่ม ~ เดี่ยวๆ ได้เพราะเป็นอักขระที่ใช้งานในระบบ

  จากนั้นคลิก ถัดไป

 

   ต่อไปจะเป็นการจัดการพาร์ติชันสำหรับการติดตั้ง ให้เลือก กำหนดค่าพาร์ติชันเอง 

แล้วคลิก ถัดไป 

   ต่อมาจะเป็นการเลือกพาร์ติชัน ในกรณีที่มีฮาร์ดดิสก์หลายตัวเลือกฮาร์ดดิสก์ที่ต้องการตรงช่อง Storage Device

   จากนั้นเลือกพาร์ติชันที่จัดเตรียมไว้แล้ว เช่นในภาพเลือกเป็น sdb1 ซึ่งมีการแบ่งพาร์ติชันไว้แล้ว จากนั้นคลิก แก้ไข

 (ถ้ามีเป็นที่ว่างยังไม่ได้แบ่งเป็นพาร์ติชัน ให้คลิกพื้นที่ว่างแล้ว คลิก ตารางพาร์ติชันใหม่)

   ต่อไปเป็นการกำหนดค่าพาร์ติชันสำหรับติดตั้ง  

   ให้คลิกเลือกที่  ฟอร์แมท

   File System ให้เลือกเป็น  Ext4

  จุดเชื่อมต่อ (Mount Point) ให้เลือกเป็น  /

   FS Label ให้ตั้งชื่อตามต้องการ หรือจะว่างไว้ก็ได้

   จากนั้นคลิก OK

   จากนั้นเลือกพาร์ติชันที่เตรียมไว้สำหรับทำ swap แล้วตั้งค่าฟอร์แมทเป็น linuxswap ตามภาพแล้วคลิก OK

   ตามภาพจะเห็นว่า /dev/sdb1 ได้ตั้งค่าจุดเชื่อมต่อเป็น / แล้วเรียบร้อย ส่วน sdb2 ผมไม่ได้ใช้เป็น swap เพราะมีแรมมากเพียงพอแล้ว (8GB) ก็ถือว่าใช้ได้สำหรับการติดตั้ง
  (สำหรับกรณีที่ใช้ UEFI เพื่อบูตร่วมกับวินโดวส์ ตามธรรมดาแล้วจะมีพาร์ติชันที่เป็น EFI ที่ /dev/sda1 ให้เข้าไปแก้ไขโดยตั้งค่า เป็น EFI (ซึ่งจะมีตัวเลือกให้) โดยห้ามฟอร์แมทเด็ดขาดเพราะมีไฟล์ EFI สำหรับบูตวินโดวส์อยู่แล้ว)
   นอกจากนั้นยังมีตัวเลือก  Install boot loader on เพื่อเลือกฮาร์ดดิสก์ที่จะติดตั้งบูตโหลดเดอร์ (Grub) ซึ่งตามธรรมดาก็จะเลือกเป็น sda (ฮาร์ดดิสก์ตัวที่ 1)โดยอัตโนมัติ
 
  จากนั้นให้คลิก  ถัดไป

 เนื่องจากเราทำการติดตั้งในโหมด Legacy ระบบจึงให้คำแนะนำว่าสามารถตั้งค่า GPT partition เพื่อใช้งาน bios-grub ได้ ให้คลิก  ตกลง 

ต่อไปก็เป็นการตั้งค่า User ของระบบ ให้ใส่ข้อมูลผู้ใช้และรหัสผ่านให้เรียบร้อย  ถ้าต้องการใช้ล็อกอินเข้าระบบอัตโนมัติให้เลือก Log in automatically without arking for the password ด้วย

   บางดิสโทร ถ้าตั้งรหัสผ่านอ่อนเกินไป ก็จะแจ้งเตือนและให้ใช้รหัสผ่านที่ยากกว่าเดิมจนกว่าจะใช้ได้จึงจะให้ผ่านต่อไป

  จากนั้นคลิก ถัดไป 

  จากนั้นระบบจะแสดงข้อมูลการตั้งค่าต่างๆ ให้เราตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง 

เสร็จแล้วคลิก ติดตั้ง
 

   จากนั้นระบบจะทำการติดตั้ง โดยแสดงความคืบหน้าให้เห็น 

  เราสามารคลิกที่ Toggle log เพื่อดูรายละเอียดของขั้นตอนการติดตั้งได้ตามภาพ

เมื่อเสร็จเรียบร้อยก็ ให้เลือก เริ่มต้นใหม่ทันที  แล้วคลิก Done เพื่อจบการติดตั้งและเริ่มบูตเข้าระบบใหม่

   เมื่อเราบูตเครื่องเข้ามาจะพบกับหน้าจอ Grub เพื่อเลือกบูตเข้าสู่ระบบ ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีการตั้งค่า Multi Boot ให้เรียบร้อยแล้ว เราสามารถเลือกบูตเข้าสู่ระบบต่างๆ ที่มีอยู่ได้ตามความต้องการ

  เมื่อจะเข้าไปใน Debian Linux ให้เลือก Debian GNU/Linux แล้วกด Enter

  เมื่อบูตเข้าระบบแล้ว ถ้าเราไม่ได้เลือก autologin ไว้ตั้งแต่ตอนติดตั้ง จะขึ้นหน้าจอล็อกอินของระบบดังภาพ ซึ่งเลือก User ที่เราตั้งค่าไว้แล้ว ให้ป้อนรหัสผ่านแล้วกด Enter เพื่อเข้าไปใช้งานระบบ

  ก็เป็นอันว่าเราได้ทำการติดตั้ง Debian Linux 13.5 Trixie เป็นที่เรียบร้อยพร้อมสำหรับการใช้งานตามที่ต้องการ

 

 

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น